กลุ่มมีค่า สตูดิโอ โปรดักชั่นน้องใหม่ ที่ผันตัวจากคนสื่อ สู่การเปิดบริษัทรับผลิตคอนเทนต์

บริษัท ชื่อ มีค่า สตูดิโอ ที่ไม่ได้เปิดให้บริการสำหรับการเช่าสตูดิโอ ถ่ายภาพ แต่ มีค่า สตูดิโอ คือทีมโปรดักชั่น ที่เกิดจากการผันตัวของคนข่าว เพื่อก้าวมารับงานด้านผลิตสื่อ เพื่อประชาสัมพันธ์แบบครบวงจรในการรองรับธุรกิจที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย และต้องใช้แผนการตลาดในหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย จักริน เก้าพัฒนสกุล และ กมลวรรณ โกวิทวงศา ผู้ร่วมก่อตั้ง มีค่า สตูดิโอ เล่าให้ฟังหลังบันทึกเทปรายการ รู้ก่อนล้ม ซึ่งเป็นรายการใหม่จากทางบริษัทที่จับมือ ร่วมกับ บริษัทเฒ่าแก่ใหม่ บริษัทที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับ sme ว่า การก้าวมาทำธุรกิจ

มีค่า สตูดิโอ เป็นความตั้งใจแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะตอนแรกทั้งสองก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่กับวงการโทรทัศน์มาก่อน และมีอยู่วันหนึ่งได้เห็นภาพ ของคนข่าว ที่จะต้องตกงาน เกิดจากนโยบายของทางสถานี ทำให้วันนั้นเกิดคำถามว่า ถ้าวันนี้เป็นชื่อของเราจะทำอย่างไรดี ทั้งสองจึงได้มองหาอาชีพที่รองรับ และสิ่งที่จะตอบโจทย์นั่นก็คือการ นำความรู้ด้านการทำข่าวมาผสมผสานไปกับความรู้ด้านโปรดักชั่นเฮาส์ จึงได้ทดลอง เป็นฟรีแลนซ์และรับงานจากลูกค้าต่างๆ

จนวันหนึ่งธุรกิจเริ่มโตขึ้นเรื่อย จากฟรีแลนซ์จึงต้องผันตัวเอง มาสู่การจดทะเบียนบริษัทแบบถูกกฏหมายเพื่อรับงานที่ใหญ่ขึ้น มีค่า สตูดิโอ ชื่อนี้กมลวรรณ อธิบายเพิ่มเติมไปว่า เนื่องจากระยะเวลาจากการรับงานฟรีแลนซ์มาประมาณ 2 ปี เราได้เห็นว่า เวลาที่ลูกค้า จ้างงาน ลูกค้าจะมีความต้องการที่หลากหลายที่อยากได้ทีมที่ตอบโจทย์และอยู่ในงบประมาณที่สามารถควบคุมได้เช่น ถ้าจะจ้างรับงานวีดีโอ 1 ตัว ลูกค้าก็จะ

ถามเพิ่มเติมว่า มีถ่ายภาพนิ่ง มีทีมทำป้ายไวนิล หรือ ทีมแต่งหน้า หรือไม่เรามักจะตอบว่า มีค่า อยู่เสมอ นั่นจึงทำให้เรา ได้ชื่อนี้มา และเป็นจุดที่ทำให้เราต้องบริหารและจัดการงานให้ตอบโจทย์ตามงบประมาณที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่างานจะเป็นงานหลักร้อย หลักพัน ไปจนถึงหลักแสน รวมถึงคำว่ามีค่า ยังมีความหมายว่า ผลงานที่ผลิต มีคุณค่าต่อลูกค้า อีกด้วย จักริน เสริมขึ้นว่า การแข่งขันของตลาดนี้ มีการแข่งขันที่สูงมาก

นอกเหนือจากบริษัทที่เป็นโปรดักชั่นเฮาส์เหมือนกันแล้ว ยังมีฟรีแลนซ์ อีกมากมาย ที่เข้ามาแข่งขัน ดังนั้นการที่จะอยู่รอด คือการหากลุ่มเป้าหมาย ของตัวเองให้เจอ และวาง positioning ของตัวเองให้ถูก เพื่อตัดคู่แข่งทั้งตลาด ให้เหลือแค่คู่แข่งใน positioning เดียวกัน และต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้ รวมถึงต้องศึกษาตลาดอยู่ตลอด เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และตลาดก็เริ่มแคบลงเรื่อยๆ การรู้จัก เส้นทางและความต้องการของลูกค้าที่ชัด จะทำให้เรามองภาพและวางตำแหน่งทางการตลาดของเราได้ดีขึ้น